หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟัง คือ อะไร ?
เครื่องช่วยฟังก็คือ เครื่องขยายเสียง ขนาดเล็ก นิยมใช้กับคนที่มีปัญหาในการรับฟังเสียง ประกอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่นไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีหลายรูปแบบและมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีมากขึ้น
วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่ (residual hearing) ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง เครื่องช่วยฟังที่มีราคาแพงที่สุดไม่ใช่จะดีที่สุดสำหรับท่านเสมอไป สิ่งสำคัญที่จะพิจารณา ต้องขึ้นอยู่กับประเภท และระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินเป็นหลัก
สาเหตุที่การเลือกและการลองเครื่องช่วยฟังมีความจำเป็นเนื่องจาก…
1. มีความแตกต่างกันระหว่างเครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่อง
2.ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินแต่ละคนแตกต่างกัน รวมถึงปฏิกิริยา ระหว่างผู้ป่วย กับเครื่องช่วยฟัง ที่มาจากความแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะ ทางกายวิภาค (Anatomy ของหู และ Canal resonance)
3. ประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละเครื่อง แต่ละยี่ห้อ
4. การปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับระดับการได้ยินและความต้องการของผู้ป่วยแตกต่างกัน
5. ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขาย

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟังมีดังนี้ คือ
1.ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน
ก่อนการใส่เครื่องช่วยฟังทุกครั้งควรได้รับการตรวจวัดระดับการได้ยินก่อนเพื่อประเมินความผิดปกติ เพราะความผิดปกติบางประเภทสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการกินยา หรือการผ่าตัด นอกจากนี้ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินจะเป็นตัวบอกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมได้ดีที่สุด
2.รูปแบบ
ในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบ ได้แก่ แบบกล่อง แบบทัดหลังหู และแบบใส่ในช่องหู
แต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
 
แบบกล่อง
 
      
ข้อดี - ปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่
- กำลังขยายสูง ดูแลง่าย
- ใช้ถ่านไฟฉายธรรมดา หาซื้อง่าย
- ราคาถูก
ข้อเสีย
- เสียงรบกวนมาก
- ไม่เป็นธรรมชาติ สายรุงรัง
- เครื่องขนาดใหญ่มองเห็นง่าย
 
แบบทัดหลังหู (Behide The Ear, BTE)
                               
ข้อดี - ขนาดกระทัดรัด
- คุณภาพเสียงดีขึ้น
- ราคาปานกลาง
ข้อเสีย - คล้องหู เกะกะ
- ไม่สะดวกสำหรับผู้สวมแว่นตา
- ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
- ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
  (ประมาณ 2 สัปดาห์ / ก้อน)
แบบใส่ในช่องหู
แบบสอดช่องหูขนาดใหญ่
(In The Ear,ITE)
              
แบบสอดช่องหูขนาดกลาง
(In The Canal,ITC)
           
แบบสอดช่องหูขนาดเล็ก
(Complete In The Canal,CIC)
                   
ข้อดี - ขนาดเล็ก กระทัดรัด สวยงาม
- คุณภาพเสียงดี
- เครื่องใส่ในหูซึ่งเป็นตำแหน่งที่
- เป็นธรรมชาติที่สุด
ข้อเสีย - ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยิน
  ระดับรุนแรง
- ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
- ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
  ถ่านขนาดเล็กเปลี่ยนถ่านบ่อยกว่า
 (ประมาณ 5-10 วัน / ก้อน
  ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง )
- ราคาแพง

3. ระบบคุณภาพเสียง
มีทั้งแบบธรรมดา (Analogue) และ แบบดิจิทอล (Digital)Analogue เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไปคือขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามา จึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในที่มีเสียงรบกวน
Digital เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟัง สามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มากกว่า และสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ
4. กำลังขยาย
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอ กับความต้องการของผู้ใช้
5 งบประมาณ
เครื่องช่วยฟังยิ่งมีขนาดเล็ก คุณภาพเสียงดี ยิ่งมีราคาแพง

การเลือกหูเพื่อใส่เครื่องช่วยฟัง
ปัจจุบันการได้ยินเสียงยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าการได้ยินหูเดียว โดยการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์ดังนี้
1 ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถ แยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น
(Balance hearing – Localizing sound)
2. สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน
(Speech discrimination score ดีขึ้น)
3. ใช้ความดังลดลง
4. คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
5. รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟังหรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
6. หูทั้ง 2 ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน

แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งผู้ที่สูญเสียการได้ยิน ทั้ง 2 ข้างบางรายอาจไม่มีความจำเป็น ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง ทั้ง 2 หู ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยฟังในหูข้างใด ที่จะทำให้ท่านได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ก่อนการตัดสินใจ นอกจากนี้เพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุด จึงควรขอรับการบริการจากโรงพยาบาล ที่มีความพร้อมให้การบริการเฉพาะทาง จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะวินิจฉัยว่าท่านมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังหรือไม่ เนื่องจาก ผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินบางประเภทสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลควรมีเครื่องช่วยฟังหลากหลายยี่ห้อ ให้ท่านทดลองฟัง โดยต้องไม่ยึดติดกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เพื่อให้ท่านมีโอกาสเลือก และเปรียบเทียบคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง ก่อนการตัดสินใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือคุณสมบัติของผู้ให้บริการ ต้องเป็นผู้มีความรู้โดยตรง หากท่านมีคำถาม หรือข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ ทางโรงพยาบาลยินดีตอบคำถามของท่าน ในทุกเรื่องเกี่ยวกับเครื่องช่วยฟัง โดยท่านสามารถติดต่อได้ที่

หน่วยตรวจการได้ยิน- โสตสัมผัสและการพูด
โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก
ถนน สิรินธร แขวงบางบำหรุ
เขต บางพลัด กทม 10700
เบอร์โทรศัพท์ 0-2886-6600 ต่อ 6001 ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น.

©Eye Ear Nose Throat Hospital. All Rights Reserved. URL:http://www.eent.co.th/ TEL :(662) 886-6600-16 Fax. (662) 433-36